นะ วะ 'นิยาย' ....

posted on 27 Mar 2010 15:49 by rikaga in memorandum
Photobucket

   
  
   หลายๆคน คงจะเคยได้ประสบพบเจอกับการเสนอแนะความคิดเห็นเรื่องการ 'อ่าน' มาไม่มากก็น้อย และผู้ใหญ่หลายๆคนมักจบหัวข้อสนทนาด้วยประโยคประเภท 'หนังสืออะไรก็ได้ อ่านไปเถอะ ได้ความรู้หมด' พร้อมเพิ่มความเมตตาและทัศนวิสัยกว้างไกล ที่ได้รับการกลั่นกรองมาอย่างแยบยลแล้วด้วยกระแสเสียงสนับสนุนให้เราอ่านกันชนิดดะหน้า ขวิดกันให้ตายไปข้าง

   แต่ทว่า...ในชีวิตจริงเรื่องราวของนักอ่านตัวน้อยไม่ได้ออกดอกออกผล อุดมสมบูรณ์สวยงามชุ่มฉ่ำให้ได้ชุ่มชื่นหัวใจปานนั้น ในวัยที่ต้องการจินตนาการ และสันทนาการ พวกเราต่างต้องหมกมุ่นกันให้วุ่นกับตำหรับตำราเรียน ที่ได้รับการผลักดันให้อ่านทั้งที่เต็มใจและไม่เต็มใจก็ตามที สิ่งนี้สร้างผลกระทบให้กับเด็กหลายๆคนที่อยากจะอ่าน 'หนังสือ' เป็นอย่างยิ่ง

   ในความเห็นของผู้เขียนเอนทรี่นี้ คิดว่าสังคมไทยควรจะต้องพัฒนาความเข้าใจเกี่ยวกับการอ่านซะใหม่ให้ครบทุกกระบวนท่า เพราะไม่ใช่ว่าบุตรหลานที่น่ารักของท่านจะต้องอ่านเฉพาะ 'หนังสือเรียน' อย่างเดียว นิยาย หรือการ์ตูน ก็สามารถสร้างประโยชน์แก่วุ้นในศรีษะน้อยๆเล็กกระทัดรัดนั่นได้เช่นกัน

   เพราะหนังสือเรียน คือ สื่อที่ส่งตรงความรู้แบบไม่ต้องใช้อะแดปเตอร์แปลงสัญญาณแต่อย่างใด จุดประสงค์ของเรื่องพุ่งอย่างรีบเร่งราวกับอยู่บนสนามแข่งฟอร์มูลา-วันสู่ซีรีบรัมส่วนหน้า โดยที่วุ้นในหัวไม่ได้ปรับเปลี่ยนตัวหนังสือให้เป็นกระแสความรู้แม้แต่น้อย แปลกันง่ายๆเป็นภาษาคนว่าเป็นการอ่านที่จำดะ จำแหลกลาน จำล้างผลาญ โดยที่ไม่ได้คิดตาม ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้มักเกิดกับเด็กที่ไม่มีศักยภาพในการวิเคราะห์มากพอ

  ในขณะที่หนังสือ 'นอกเวลา' ที่โดนตราหน้า แถมถูกครหาในบางเส้นอารมณ์ของผู้ใหญ่บางคนว่า 'ไร้สาระ' นั้น มักจะแฝงสิ่งดีมีประโยชน์และความรู้ใหม่ๆที่ไม่ได้พบเจอกันเป็นปกติวิสัย สอดแทรกอยู่มากมาย เพื่อที่จะถอดสลักเอาความรู้นั้นออกมา ผู้อ่านจำเป็นต้องคิดตามและค้นหากุญแจทองคำที่จะไขหีบสมบัติ เปิดกรุ และนำ้ความรู้มาบำรุงบำเรอสมองของเรา

   ทั้งๆที่เมื่อมาพนันกันว่า หากคุณอ่านหนังสืออะไรก็ได้ซักรอบ คุณย่อมได้รับความรู้ใหม่ที่นอกเหนือจากการเรียงลำดับอักษร และผสมสระอย่างแน่นอนนั้น แต่ก็ยังมีผู้คนมากมายที่ไม่ยอมรับความจริงข้อนี้

   หนังสือ ไม่ได้ให้เฉพาะความรู้ ความเพลิดเพลิน ความสนุกสนาน แต่ยังแฝงไว้ด้วยโลกอันน่าค้นหา เปรียบเสมือนเอกภพที่กว้างใหญ่ ที่ไม่สามารถเดินทางไปจนสุดขอบได้ ต่อให้คุณนั่งยานในสตาร์ เทรคไปก็ตามที

   ดังนั้น การที่ใครซักคนจะจมดิ่งอยู่ในภวังค์ ขณะที่ตาของเขายังกวาดไล่ไปตามตัวอักษรยุ่บยั่บ หรือภาพประกอบอีรุงตุงนัง ก็ขออย่าได้เข้าไปขัดขวางแม้นั่นจะไม่ใช่หนังสือเรียน หรือวิทยานิพนธ์ปริญญาโทของดร.คนไหน โปรดตระหนักอย่างสุดซึ้งจากก้นบึ้งของหัวใจ...ว่า รอยหยักน้อยๆ แต่ล้ำลึกนั่น กำลังเรียงร้อยสิ่งที่ตาเห็นได้ลึกล้ำเกินกว่าที่คุณจะเข้าใจ เมื่อเวลาผ่านไปจนกระทั่งเจ้าของรอยหยักนั้นเติบใหญ่ แล้วคุณจะพบว่า วุ้นเหลวไร้สาระ จะเติบโตเป็นมันสมองของจักรวาลได้อย่างน่าประทับใจเป็นที่สุด.



เรื่องโดย น้องหมี
  ภาพโดย ไอ้จระเข้

edit @ 29 Mar 2010 18:36:24 by RIKAGA we are the grayman

Comment

Comment:

Tweet

หือ........ตัดงบ????????

5555555555555555

ไม่มีทาง มีหรือชั้นจะยอม กรั๊กๆๆๆ



[มีคนบอกชั้นซื้อหนังสือเยอะไป เลยเกิดอาการหมั่นทวาร อยากถ่าย- -]

#8 By RIKAGA we are the grayman on 2010-04-09 20:53

ประเด็นคือ พ่อแกตัดงบงานหนังสือใช่ม่ะ? 55

#7 By ดุกดุ๋ย (125.24.194.112) on 2010-04-06 21:14

เห็นด้วยอย่างมากเลยคับ ยิ่งเวลาเราจะศึกษาเรื่องอะไรอย่างลึกซึ้งเนี่ย ตำรานอกเนี่ยดีมากๆแต่ต้องฝึกภาษานิสนึงbig smile

สนับสนุนๆสุดตัวครับ big smile

#6 By meawnoy on 2010-04-01 15:31

อิฉันเป็นคนหนึ่งที่ชอบอ่านหนังสือมาก ยกเว้น หนังสือเรียน เพราะพออ่านทีไรก็จะจบด้วยการไปเฝ้าพระอินทรทุกที เซ็งกับชีวิตเสียจริงsad smile

#5 By เจ้เจ๋ง (124.120.166.197) on 2010-03-31 20:08

ตั้งแต่ผมเกิดมา ผมจำได้

ว่าผมแตะหนังสือไปกี่เล่มม

เพราะมันน้อยมากกก ฮ่าๆ

แต่ก็พยายามลองอ่านหลายรอบแล้วนะครับ

ผลลัพท์คือหลับเช่นเดิม
(ยกเว้นหนังสือภาพ)

TTTTTTTTT^TT

#4 By ppunkung on 2010-03-31 16:52

เอนทรี่นี้....
รูปน้อยมาก

แต่มีสาระนะคะ^___^

#3 By Graceful (113.53.42.251) on 2010-03-30 22:20

เสียดาย ผมเปนคนไม่อ่านหนังสืออ :(

#2 By ผมเองอ่ะ (124.122.87.66) on 2010-03-30 21:31

หนังสือนอกเวลาสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนที่อ่านมันได้ ในขณะที่หนังสือในแบบเรียนมันขลุกอยู่กับที่ มีแต่ความเป็นทางการ ทำหาอะไรไม่ได้เลย
สนับสนุนการอ่านเต็มที่เช่นกันครับ confused smile

#1 By หอมหัวแมว on 2010-03-30 19:52

Tags